นย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศเข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์อนาคตเด็กไทยสดใสเริ่มด้วยการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดภายใต้โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อลดภาวะคลอดก่อนกำหนดในพื้นที่นำร่อง 25 จังหวัด จัดโดยสำนักส่งเสริมสุขภาพ
Department of Health Provides latest news and useful information for you.
ผลงาน “ชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ (ICOH Mobile Dental Unit)” โดยศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชูจุดเด่นช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทันตกรรมในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์กแม้จะมีสิทธิประโยชน์ แต่การเข้าถึงบริการยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปากและขัดทำความสะอาดฟันเพียงร้อยละ 31.82 ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยหญิงตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ ทำให้หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงต่อโรคเหงือกอักเสบ เนื้อเยื่อเหงือกเพิ่มจำนวน (Gingival Hyperplasia) และเนื้องอกที่เหงือก (Pyrogenic Granuloma) ได้ง่ายขึ้น ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะลุกลามเป็นโรคปริทันต์อักเสบ นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ยิ่งไปกว่านั้นคือ ส่งผลกระทบต่อทารก ซึ่งโรคปริทันต์เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิด ภาวะคลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย โดยผู้หญิงที่เป็นโรคปริทันต์มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีโรคปริทันต์ถึง 6 เท่า ทั้งนี้ชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ ยังนำไปใช้ในกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ทุรกันดาร และได้รับการประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี พ.ศ. 2569 ชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ดังกล่าวออกแบบ โดยทีมวิจัยศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศประกอบด้วย ทันตแพทย์.ดร.แมนสรวง วงศ์อภัย ผู้อำนวยการศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ และนายกฤษดา เป็งอินทร์ วิศวกร ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของอนุสิทธิบัตร เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ดำเนินการตามหลักการยศาสตร์ทางทันตกรรม และมาตรฐานกองวิศวกรรมการแพทย์ มีต้นทุนการผลิตต่ำ กลไกการใช้งานออกเเบบไม่ซับซ้อน บำรุงรักษาง่าย เครื่องมีขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะสำหรับการให้บริการส่งเสริม ป้องกัน และรักษาทางทันตกรรมเชิงรุกในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร หญิงตั้งครรภ์ และกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ สำหรับระบบสำคัญชุดรักษาทางทันตกรรมเคลื่อนที่ ประกอบด้วย ระบบด้ามกรอเร็วและระบบด้ามกรอช้า ระบบขูดหินปูน ระบบดูดน้ำลาย ระบบเป่าลมและน้ำ ระบบฆ่าเชื้อโรค UVC รวมถึงระบบเซนเซอร์เตือนน้ำล้นในถัง น้ำเสีย สามารถใช้งานได้ทั้งไฟฟ้าปกติ และแบตเตอรี่สำรองซึ่งรองรับการทำงานต่อเนื่อง 4-5 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการรักษา ซึ่งนวัตกรรมดังกล่าว ยังช่วยให้ประชาชนในชุมชนห่างไกลและกลุ่มเปราะบางเข้าถึงบริการทางทันตกรรมได้อย่างทั่วถึง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์การศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมกลไกสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการทันตกรรม ช่วยให้ประชาชนมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น และลดรายจ่ายงบประมาณด้านสุขภาพของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน