logo

Tuesday 30th of September 2014

GTranslate

Facebook Share

Share on facebook

เนื้อหาใหม่ ๆ ของเว็บ

แหล่งจัดเก็บข้อมูลเก่า ๆ


user login



จำนวนผู้เยี่ยมชมขณะนี้

เรามี 95 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

การส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ทพ.ฉัตร์ภัทร์ คงปั้น   
วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ เวลา ๐๗:%M

การส่งเสริมสุขภาพเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ

 

ผู้วิจัย ท.พ.มณฑล คงปั้น กลุ่มพัฒนาความร่วมมือทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมอนามัย

 

บทคัดย่อ

       การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการสร้างเสริมสุขภาพเด็กในโรงเรียนอนุบาลที่บูรณาการกับกระบวนการจัดการเรียนรู้และกิจกรรมในโรงเรียน ตามแนวทางจัดการศึกษาระดับปฐมวัยในสถานศึกษา สำหรับนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลทัสนินทร จังหวัดเชียงใหม่ โดยพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพที่พึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน และตัวชี้วัดคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพเด็กที่มีโรงเรียนเป็นฐาน และเน้นให้ครอบครัวเป็นศูนย์กลางโดยการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ ผู้วิจัยได้เสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรและผู้ปกครอง ผ่านกระบวนการให้ความรู้ การฝึกอบรม และการเป็นพี่เลี้ยงติดตามนิเทศร่วมกันกับครูใหญ่ และจัดทำแนวทางการพัฒนาเด็กอย่างเป็นองค์ให้เหมาะสมกับธรรมชาติและสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กผ่านการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม โดยพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กตามแนวทาง Project Approach ร่วมกับรูปแบบของ Whole Language, High / Scope), Matal, Creative Movement, Mulliple Intelligent, และ Life Skill เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการสมวันในด้านต่างๆทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมถึงสุขภาพโดยรวม โดยการทำงานได้ใช้กลวิธีสำคัญสองประการ คือ

- ชี้แนะ รณรงค์ ผลักดัน ให้เกิดการเคลื่อนไหว (Advocate) รวมทั้งการให้การสนับสนุนตามบทบาทหน้าที่ (Contribute)

- สร้างเสริมความสามารถ (Enable) และเพิ่มศักยภาพ (Empower) รวมทั้งขีดความสามารถ (Performance) ในการดูแลสุขภาพ 

ยุทธศาตร์การสร้างเสริมสุขภาพ ที่นำมาใช้ ได้แก่

- การสร้าง Public Policy ที่เป็นของโรงเรียน ร่วมกันระหว่างครู โรงเรียน และผู้ปกครอง ภายใต้การสนับสนุนของผู้วิจัย ครูใหญ่ และผู้บริหารโรงเรียน

- การสร้าง Healthy Environment ภายในโรงเรียน โดยการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี

- การสร้างความเข้มแข็งให้กับเด็ก ครู ครอบครัว ชุมชนที่เกี่ยวข้อง ผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วมต่างๆ

- การพัฒนาทักษะและขีดความสามารถ รวมทั้งพฤติกรรมที่เหมาะสมทางสุขภาพ (Skill / Performance Enhancement) ทั้งของเด็ก ครู และผู้ปกครอง

- การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพ และระบบข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพ (Health Care Servive / Information)

 

          สมมุติฐานของการวิจัยที่ตั้งไว้คือ ค่าของตัววัดหลัก(Key Indicators)ด้านพัฒนาการของเด็ก 4 มิติ ได้แก่ คะแนนพัฒนาการทางกาย  อารมณ์  สังคม และสติปัญญาของเด็กหลังบูรณาการรูปแบบบการสร้างเสริมสุขภาพสูงกว่าคะแนนบูรณาการรูปแบบบการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกรายการทดสอบ โดยเครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือ แบบระเบียนการวัดผลของโรงเรียนอนุบาลทัสนินทร ตามแบบการวัดผลพัฒนาการของเด็กรายคน ที่กำหนดโดยสำนักงานมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ  ของทุกชั้นเรียน

 
        การวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีหาค่าเฉลี่ย   X  (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  SD (Standard  Deviation ) การตรวจสอบสมมุติฐานของการวิจัยกระทำโดยใช้ค่าทดสอบที(t-test)  ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย C.V (Coeffcien of Variation) และค่าร้อยละ (Percentage) ที่ได้จากการคำนวณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป  SPSS (Statistical  Package  for  the  Social  Science ) เมื่อศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินงานต่อการพัฒนาด้านร่างกาย     อารมณ์    สังคม    และ สติปัญญา  ของนักเรียนในระหว่าง ปีการศึกษา  2548-2549 ทั้งโดยรวม โดยจำแนกรายกลุ่มชั้นพัฒนา และโดยจำแนกนักเรียนเป็นรายคน พบว่า  ประสิทธิผลของการพัฒนาหลังจากที่ได้พัฒนารู้ผ่านประสบการณ์และกระบวนพัฒนาที่โรงเรียนจัดให้ สูงกว่าก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05  ทุกรายการทดสอบ  โดยผลการตรวจสอบสมมุติฐานของการวิจัย แสดงให้เห็นว่าคะแนนพัฒนาการทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลทัสนินทรหลังการพัฒนาเด็กตามแนวทางที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ สูงกว่าคะแนนก่อนพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทุกรายการทดสอบ  ตามสมมุติฐานของการวิจัย แสดงถึงระบบการสร้างเสริมสุขภาพเด็กที่ได้พัฒนาขึ้นมีประสิทธิผลในการทำให้เด็กมีพัฒนาการอย่างสมวัยครบในทุกด้าน

 ดาวน์โหลดเอกสารรายงานฉบับเต็มที่นี่

หรือ  ดาวน์โหลด pdf format (full text) 

การอ้างอิงหรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นของประชาชน โดยทำการอ้างอิงถึงผู้วิจัยเจ้าของผลงานอย่างถูกต้อง ถือว่าผู้ใช้ได้รับการอนุญาต

แต่การคัดลอกหรือเผยแพร่โดยวัตถุประสงค์อื่น หรือเพื่อประโยชน์ต่อผลงานผู้คัดลอกเอง เนื่องจากผลงานนี้ได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ 2537 โปรดแจ้งให้เจ้าของผลงานทราบก่อนทาง email อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๕:%M
 

บทความยอดนิยม


ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: Free Joomla Template, what is a database storage. Valid XHTML and CSS.